อยากให้ลูกขาว ทำอย่างไร อยากให้ลูกขาวต้องกินอะไร

ลูกจะตัวขาว หรือตัวดำขึ้นอยู่กับพันธุกรรม

สีผิวของลูกนั้นขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ของพ่อแม่  หากพ่อแม่ตัวขาว ลูกก็ออกมาขาว หากพ่อแม่ตัวดำ ลูกก็จะออกมาดำ อย่างไรก็ตาม บางครอบครัวที่พ่อแม่ตัวดำ แต่ลูกออกมาขาว นั่นสามารถอธิบายตามหลักพันธุกรรมได้ว่า ลูกที่ออกมาตัวขาวในขณะที่พ่อแม่ตัวดำ เป็นเพราะลูกได้รับยีนส์ด้อยที่แฝงอยู่ในตัวพ่อและแม่นั่นเอง

อยากให้ลูกขาว ต้องกินน้ำมะพร้าว?

น้ำมะพร้าวอ่อนเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลากหลายชนิด

  • ธาตุเหล็ก
  • แคลเซียม
  • โพแทสเซียม
  • วิตามินบี
  • กรดอะมิโน
  • น้ำตาลกลูโคส ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว
  • ทั้งยังมีเอสโตรเจนที่ทำให้ผิวพรรณสดใส จึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า กินน้ำมะพร้าวแล้วลูกจะผิวสวย

ทั้งนี้ การที่คุณแม่ท้องดื่มน้ำมะพร้าว จะทำให้ไขที่ตัวทารกดูขาวขึ้น เลยดูว่าเด็กออกมาตัวขาว แต่ไม่ใช่ว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วจะช่วยไปล้างไขที่เคลือบตัวลูกนะคะ การไม่มีไขไม่ใช่เรื่องดี เพราะไขที่เคลือบตัวทารกไว้มีประโยชน์อย่างมากในการที่จะทำให้เด็กคลอดง่าย และช่วยปรับอุณหภูมิของร่างกายให้กับลูกแรกเกิดได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การกินน้ำมะพร้าวมาก ๆ ก็มีผลเสียต่อแม่ท้องนะคะ เพราะในน้ำมะพร้าวมีความหวานจากน้ำตาล อาจทำให้คุณแม่เป็นเบาหวานได้ค่ะ

อยากให้ลูกขาว ห้ามกินเฉาก๊วย ถั่วดำ ขนมเปียกปูน?

ความเชื่อหรือความจริงกันแน่ การห้ามกินอาหารสีดำ!

อาหารสีต่าง ๆ ไม่มีผลต่อสีผิวของลูก กินเฉาก๊วย ถั่วดำ หรืออาหารสีดำชนิดอื่น ๆ ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุให้ลูกตัวดำ เช่นเดียวกับการกินเนื้อมะพร้าวที่มีสีขาว ก็ไม่ได้ทำให้ลูกตัวขาว เพราะสีผิวขึ้นอยู่กับเม็ดสี ที่เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อและแม่ ถ้าพ่อแม่ตัวดำ ไม่ว่าจะขยันกินเนื้อมะพร้าวก็ไม่มีผล และถ้าพ่อแม่ตัวขาว ต่อให้กินเฉาก๊วยทุกวัน ลูกก็ขาวอยู่ดีค่ะ ตอนท้องแม่กินอะไรลูกในท้องก็ได้กินอย่างนั้น การดูแลสุขภาพให้ดี จึงเป็นสิ่งสำคัญ มาดูอาหารที่ช่วยให้ลูกผิวขาว มีออร่า ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง แถมยังฉลาดตั้งแต่อยู่ในครรภ์

ผิวขาวทำไม่ได้ แต่ผิวสุขภาพดีสร้างได้

หากอยากให้ลูกมีผิวแข็งแรง สุขภาพดี คุณแม่ตั้งครรภ์ควรทานอาหารที่มีสรรพคุณบำรุงผิวพรรณเป็นประจำ เช่น ปลา ผักผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ และอย่าลืมดื่มน้ำเยอะ ๆ ด้วยนะคะ การเลือกรับประทานอาหารที่ดี จะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง อาจไม่ได้ขาวใสแต่กำเนิด แต่จะทำให้ผิวสวยเนียน ไม่แห้งกร้าน การเลือกรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ ออกกำลังกาย และพักผ่อนอย่างเพียงพอ ยังช่วยให้คนท้องสุขภาพผิวดี และแน่นอนว่าทารกในครรภ์ก็จะผิวพรรณสดใสเช่นกัน สำหรับประโยชน์ของอาหารต่าง ๆ มีดังนี้

  • เนื้อปลา ในเนื้อปลามีโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 นอกจากจะช่วยบำรุงสมองและพัฒนาการลูกน้อยแล้วยังสามารถช่วยปกป้องและซ่อมแซมเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี ลองหาเมนูปลา ที่ทำจากปลาแซลมอน ปลาช่อน ปลากะพง ปลาทูน่ามารับประทาน ทั้งอร่อยและมีประโยชน์มากค่ะ ทานสักสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง จะช่วยบำรุงร่างกายแม่ท้อง แถมลูกยังฉลาด ผิวพรรณดีอีกด้วย
  • ผักผลไม้ เพราะวิตามิน เกลือแร่ จะช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น ควรเลือกทานผัก ผลไม้สด ๆ ปลอดสารพิษ อาทิ ฟักทอง อะโวคาโด บร็อกโคลี แครอท มะเขือเทศ กล้วย ส้ม ฝรั่ง องุ่น มะละกอ ทับทิม สตรอเบอรี่ สลับกันไปเพื่อประโยชน์ที่หลากหลายและสมดุล
  • ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย งาขาว งาดำ ถั่วต่าง ๆ รวมถึงน้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง อันอุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามิน ช่วยบำรุงผิวให้สวยเปล่งปลั่ง เป็นกลุ่มอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ช่วยในการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ให้เป็นไปตามปกติและช่วยเรื่องของระบบขับถ่ายได้ดี มีไขมันน้อย ช่วยควบคุมให้น้ำหนักคนท้องเป็นไปตามเกณฑ์
  • ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และยังช่วยขับล้างสารพิษออกจากร่างกาย เป็นการดีท็อกซ์อย่างมีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งที่ทำให้ผิวพรรณกระจ่างใสทั้งคุณแม่และลูกน้อย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า แม่ท้องควรดื่มน้ำประมาณ 8-12 แก้วต่อวัน จะช่วยป้องกันอาการต่าง ๆ ขณะตั้งครรภ์ รวมทั้งความไม่สบายตัวที่มักเกิดขึ้นกับแม่ท้องได้
  • น้ำผลไม้สด หากเบื่อกับการทานผลไม้ หรือดื่มน้ำเปล่า ลองน้ำผลไม้สดเพิ่มความสดชื่นดูสิ น้ำผลไม้ มีวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยสดใสอยู่มาก เช่น น้ำส้มคั้น น้ำแครอท น้ำมะพร้าวน้ำมะนาว นอกจากลูกจะได้รับวิตามินซีแล้ว การดื่มน้ำผลไม้สดยังช่วยป้องให้ภาวะการขาดน้ำ และช่วยให้คุณแม่หายเหนื่อยล้า หายเครียดในระหว่างตั้งครรภ์

อาหารบำรุงสมองลูกในครรภ์

แม่ได้ประโยชน์ ลูกฉลาดตั้งแต่ในท้อง

นายแพทย์วิทยา ถิฐาพันธ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า เนื้อสมองของทารกในครรภ์ มีองค์ประกอบเป็นไขมันโดยเฉพาะไขมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 60 กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ความสำคัญต่อพัฒนาการสมองของลูกน้อยในครรภ์คือ กรดไขมันที่มีชื่อว่า ดีเอ็ช เอ (DHA)

  • มีมากในอาหารปลาพวกปลาทะเลและสาหร่ายทะเล
  • และเออาร์เอ (ARA) ซึ่งมีมากในอาหารพวกน้ำมันพืช เช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเม็ดทานตะวัน และน้ำมันข้าวโพด

การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารดังกล่าวให้เพียงพอจะทำให้ลูกในครรภ์ได้รับวัตถุดิบคุณภาพดีในการสร้างเนื้อสมองและระบบเส้นใยประสาทให้มีคุณภาพดีตามไป